0

7 ข้อ มือใหม่เข้าโค้งอย่างไรให้ปลอดภัย

2018-02-07 10:15:22 ใน ข่าวสาร » 0 118 7 ข้อ มือใหม่เข้าโค้งอย่างไรให้ปลอดภัย
อุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่เกิดขึ้นได้ทุกที่เวลา ไม่ว่าจะเป็นทางตรง ทางแยกทางร่วม สี่แยกวัดใจ และทางโค้ง! โดยเฉพาะทางโค้งที่คุณไม่คุ้นชิน ไม่เคยขับผ่านมาก่อน จึงไม่รู้ทั้งสภาพของโค้งและความเร็วที่จะใช้ขับเข้าโค้ง รวมถึงสภาพอากาศและสภาพของผิวถนนในบริเวณโค้ง มือใหม่มักใช้ความเร็วที่มีความสัมพันธ์กับทางโค้ง ขับเร็วเกินไป ยางไม่อยู่ในสภาพที่เหมาะกับการใช้งาน ไม่เบรก ไม่เชนเกียร์ลงต่ำเมื่อทะยานด้วยความเร็วสูงเข้าโค้ง แม้แต่มือชั้นเซียนก็มาตกม้าตายพุ่งแหกโค้งได้ง่ายๆ หากใส่มาเต็มสูบแล้วไม่ยอกยก !

วิธีขับเข้าโค้งให้ปลอดภัยทำอย่างไรมาดูกัน
1.ประเมินสภาพของโค้งก่อนที่จะขับเข้าไปในหัวโค้ง
         หากพบกับโค้งที่คุณไม่เคยขับผ่านหรือไม่คุ้นชิน ควรปฏิบัติตามป้ายบอกความเร็วหรือป้ายแจ้งเตือนว่า โค้งอันตราย ลดความเร็วให้เท่ากับป้ายกำหนด หรือเร็วกว่าได้นิดหน่อย เช่น โค้งข้างหน้าบอกว่าให้ใช้ความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็เกินได้ถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับมือใหม่ ไม่ใช่พุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงแล้วเกินกว่าป้ายแจ้งเตือนกำหนดมากๆ แบบนั้นก็มีสิทธิแหกโค้งเอาได้ง่ายๆในกรณีที่ไม่พบป้ายแจ้งเตือนความเร็วหรือมองไม่เห้น ก็ต้องคิดคำนวณความเร็วด้วยตัวของคุณเอง อย่างแรกก็คือเบรกเพื่อลดความเร็วเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ 1-2 ตำแหน่งหลังการเบรก เกียร์สมัยใหม่มีเซนเซอร์ป้องกันการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำโดยไม่มีความสัมพันธ์กับรอบของเครื่องยนต์ หากความเร็วสูงเกินไปเกียร์ก็จะไม่เปลี่ยนลงต่ำให้ต้องวัดด้วยการเบรกชะลอความเร็วเอาเอง
2. อย่าเชื่อมั่นกับการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำด้วยตัวเอง
          อัตราทดเกียร์บางครั้งก็ไม่สามารถที่จะทำให้ความเร็วในขณะนั้นลดลงได้ดั่งใจของคุณ เบรกก่อนถึงโค้งเสมอไม่ควรเชนเกียร์ลงต่ำแล้วค่อยเบรก ทำแบบนั้นบ่อยๆ เกียร์จะสึกหรอเร็ว ทำทั้งสองอย่างก่อนเข้าหัวโค้ง ทั้งเบรกก่อนแล้วค่อยลดเกียร์ลงต่ำตามมา หากขับมาเร็วแล้วเจอกับโค้งแปลกๆ ที่คุณไม่รู้ว่าข้างหน้านั้นมีอะไร ก็ขอให้เบาเอาไว้ก่อนนะครับ
3. วางตำแหน่งของรถให้ถูกต้อง
         พูดง่ายแต่ทำยาก การวางตำแหน่งของรถให้ถูกต้องก่อนขับเข้าโค้ง จะทำให้คุณสามารถควบคุมรถยนต์ในโค้งได้ดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้พวงมาลัยเยอะเกินไป การวางตำแหน่งของรถก่อนเข้าโค้งที่ดียังช่วยลดแรงเหวี่ยง ทำให้มองเห็นทัศนวิสัยข้างหน้าได้อย่างชัดเจนว่า คุณกำลังไปทางไหนอย่างไร สภาพของปลายโค้งเป็นแบบไหน มีรถอยู่ข้างหน้าหรือเปล่า จุดที่ใช้ออกจากโค้งก็ถือว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ถ้าจุดที่จะออกจากโค้งมีมุมมองที่จำกัด ก็ไม่ควรทะเล่อทะล่าหวดมาเร็วจี๋จนแหกปลายโค้ง ตกลงไปในคลองชลประทาน
4.โค้งซ้ายทำไง
         การเข้าโค้งซ้าย หากขับชิดซ้ายมาตลอด หัวโค้งจะบดบังทัศนวิสัยทำให้คุณมองไม่เห็น หากไม่มีรถตามหลังมาหรืออยู่ด้านขวา ให้ขับมาทางขวาเล็กน้อยก่อนถึงหัวโค้ง เป็นการเตรียมความพร้อมที่ดี แต่ที่ห้ามเด็ดขาดก็คือการขับคร่อมเส้นทึบ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทึบสีขาวหรือสีเหลือง ก็ควรอยู่ให้ห่างๆในโค้ง อย่าขับเข้าไปชิดกับเส้นทึบในช่วงกลางโค้ง คุณอาจพบกับ 18 ล้อที่วิ่งกินเลนกลางโค้งเข้ามาด้วยความเร็วสูง จากนั้นเมื่อเห็นว่ามาคันเดียวโดดๆ ลดวามเร็ว ลดเกียร์ลงต่ำ ก็ขับให้ชิดกับทางด้านซ้ายคล้ายกับการขับตัดหัวโค้ง การขับในลักษณะนี้ทำให้คัณใช้พวงมาลัยน้อยลง แถมแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางก็ยังลดลงอีกด้วย 
5. โค้งขวามทำไง
          ก็คล้ายกับการขับเข้าโค้งซ้าย แต่ไม่ควรขับตัดเลนจนเลยเส้นทึบ เพราะคุณไม่รู้เลยว่าจะมีรถสวนมากลางโค้งหรือเปล่า เมื่อต้องการจะขับแบบตัดโค้ง ควรมองเห็นโค้งได้จนสุดปลายโค้ง หากมองไม่เห็นห้ามขับในลักษระตัดโค้งจนเกินเส้นทึบไปครึ่งคัน อุบัติเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในโค้งก็คือการขับตัดโค้งโดยมองไม่เห็นรถที่แล่นสวนทางมา หากไม่แน่ใจก็ควรขับในลักษณะของการตัดโค้ง เนื่องจากอันตราย ทำให้ประสานงากันกลางโค้งได้ง่ายๆ โค้งขวาก็ขับชิดซ้าย ลดหรือชะลอความเร็วด้วยการเบรก เมื่อเห็นว่าไม่มีรถหรือสิ่งกีดขวางใดๆ ก็ขับตัดโค้งแบบ IN & OUT เมื่อมองเห็นว่ามีรถแล่นสวนมาต่อเนื่องก็ให้อยู่ในเลน ห้ามขยับล้ำไปกินเลนรถสวนอย่างเด็ดขาด เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน เมื่อไม่ได้ขับแบบตัดโค้งใช้วิธีวิ่งอยู่ในเลนปกติ แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในโค้งจะมากหรือน้อยคราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วในขณะนั้นเป็นหลัก ขับเร็วก็เหวี่ยงมากหน่อย ขับช้าก็เหวี่ยงน้อย พวก PPV-SUV ตัวสูงโย่งต้องระวังในจัดนี้ให้ดีๆ เพราะมีจบเห่มาหลายรายแล้ว
6.ห้ามเบรกแรงๆในโค้ง
          การใช้เบรกในโค้งอาจทำให้คุรเสียหลักได้ง่าย เนื่องจากยางจะขาดจากการยึดเกาะกับผิวถนน รวมถึงสภาพผิวถนนในขณะนั้นอาจทำให้เกิดอาการลื่นไถล เมื่อใช้เบรคแรงๆในโค้ง การกระทืบเบรกกลางโค้งอาจทำให้รถหมุนหรือเสียหลักโดยเฉพาะรถสูงๆ
7. ขับลงเนินมาเจอกับโค้ง
          ความเร็วขณะห้อลงเนินจะสูงมากกว่าการวิ่งบนทางราบ เมื่อขับลงเนินมาเจอกับโค้งหักศอกสามแยกทีตันแถมยังอยู่ในเอสยูวีหนัก 2 ตัน บอกเลยว่าหากผิวถนนมีน้ำปกคลุมเพราะฝนตก การเบรกให้ช้างยักษ์หนักสองตันลดความเร็วเพื่อค่อยๆเลี้ยวนั้นยากมาก ต้องระลึกรู้อยู่ตลาดเวลาว่ารถใหญ่นั้นใช้ระยะเบรกมากกว่ารถเล็กเนื่องจากมีมวลมากกว่า ซึ่งทำให้มีแรงเฉื่อยเยอะกว่ารถเล็กๆ ทางแบบนี้คือกับดักชั้นดีที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง เมื่อขับขี่ในเส้นทางลักษณะนี้ ควรใช้ความระมัดระวังให้จงหนัก
 
หากขับช้าลงทำให้ปลอดภัย อย่าประมาท อยู่ให้ห่างจากเส้นทึบ โดยเฉพาะเส้นทึบสองเส้นคู่กลางโค้ง.
ขอบคุณ www.thairath.co.th